นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสังคม

กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งภายในและภายนอก โดยบริษัทยึด หลักในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ควบคู่กับการดูแลสังคมและชุมชน ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยมีมาตรการด้าน สังคมที่กลุ่มบริษัทถือปฏิบัติอยู่มีดังนี้

การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเหมาะสม เท่าเทียม และเป็นธรรม
  • คัดเลือกและสรรหาพนักงาน ด้วยระบบการคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย แรงงานอย่างเคร่งครัด สนับสนุนการเติบโตในอาชีพ
  • ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อพนักงาน โดยกำหนดค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน ของบริษัทรวมทั้งสวัสดิการต่างๆ ที่เหมาะสม
  • ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ความสามารถ และทักษะของพนักงาน
  • การเสริมสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีคำนึงถึงสุขภาพ ความปลอดภัย และอาชีวอนามัยใน สถานที่ทำงาน
การปฏิบัติต่อลูกค้าและคู่ค้าด้วยความซื่อสัตย์
การปฏิบัติต่อลูกค้า
  • คัดเลือกและสรรหาพนักงาน ด้วยระบบการคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย แรงงานอย่างเคร่งครัด สนับสนุนการเติบโตในอาชีพ
  • ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อพนักงาน โดยกำหนดค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน ของบริษัทรวมทั้งสวัสดิการต่างๆ ที่เหมาะสม
  • ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ความสามารถ และทักษะของพนักงาน
  • การเสริมสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีคำนึงถึงสุขภาพ ความปลอดภัย และอาชีวอนามัยใน สถานที่ทำงาน
การปฏิบัติต่อคู่ค้า
  • คัดเลือกและสรรหาพนักงาน ด้วยระบบการคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย แรงงานอย่างเคร่งครัด สนับสนุนการเติบโตในอาชีพ
  • ให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อพนักงาน โดยกำหนดค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน ของบริษัทรวมทั้งสวัสดิการต่างๆ ที่เหมาะสม
การปฏิบัติต่อเจ้าหนี้ด้วยความรับผิดชอบ
  • คัดเลือกและสรรหาพนักงาน ด้วยระบบการคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย แรงงานอย่างเคร่งครัด สนับสนุนการเติบโตในอาชีพ
ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อ สังคม มีจริยธรรมควบคู่กับการ ดูแลสังคมและชุมชน
  • คัดเลือกและสรรหาพนักงาน ด้วยระบบการคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย แรงงานอย่างเคร่งครัด สนับสนุนการเติบโตในอาชีพ
ปฏิบัติตามกฎระเบียบของหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเคร่งครัด
  • ดำเนินกิจกรรมภายใต้กฎหมายข้อกำหนดระเบียบ ข้อบังคับ กฎเกณฑ์คำสั่ง และประกาศที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานอื่นอย่างเคร่งครัด
ผลดำเนินงานด้านสังคม

บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม ครอบคลุม 5 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ 1
การจ้างงาน / เลิกจ้าง
อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม

บริษัทมีนโยบายในการจ้างงานอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดวิธีปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การขออนุมัติ การคัดเลือกเบื้องต้น การสัมภาษณ์ และการพิจารณาคัดเลือก โดยผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมากที่สุด จะได้รับการพิจารณาเพื่อเข้าทำงานในตำแหน่งที่เปิดรับ บริษัทคัดเลือกพนักงานจากความรู้ความสามารถอย่างเป็นธรรม โดยไม่กีดกันในเรื่องของเพศ เชื้อชาติ และศาสนา

โดยในปี 2567 มีจำนวนพนักงานทั้งหมด 914 คน แบ่งเป็นพนักงานชาย 412 คน และพนักงานหญิง 502 คน

การเลิกจ้างพนักงานของบริษัท ได้กำหนดวิธีปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน ชัดเจน และเป็นธรรมต่อพนักงาน ทั้งนี้ได้คำนึงและเคารพถึงสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ในกรณีมีการแจ้งเลิกจ้าง หัวหน้างานจะต้องมาขอใบเลิกจ้างที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อนำเสนอข้อมูลเพื่อขออนุมัติผู้บังคับบัญชาและทำการตรวจสอบอีกครั้งก่อนแจ้งให้พนัักงานทราบล่วงหน้า เพื่อดำเนินการตามกฎระเบีียบและข้อบังคับของบริษัทต่อไป

โดยในปี 2567 บริษัทไม่มีการเลิกจ้างพนักงาน
ประเด็นที่ 2
การจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงาน

บริษัทมีนโยบายในการจ่ายค่าตอบแทนพนักงานอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดเป็นโครงสร้างค่าจ้างที่เหมาะสม และมีการทบทวนโครงสร้างค่าจ้างดังกล่าวเป็นครั้งคราว ตามการเปลี่ยนแปลงของดัชนีผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ หรือปัจจัยอื่นๆ เพื่อให้สามารถรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ได้ และบริษัทมีนโยบายในการจ่ายค่าตอบแทนพนักงานในอัตราที่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับราคาตลาดของธุรกิจประเภทเดียวกัน

การกำหนดอัตราค่าจ้างของพนักงานจะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ตำแหน่งงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ การศึกษา ประสบการณ์ ระดับพนักงาน และความสามารถทางด้านภาษาและด้านอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่องานหรือตำแหน่งงานนั้นๆ

บริษัทให้สวัสดิการแก่พนักงานเพิ่มเติม ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ประกันอุบัติเหตุ ชุดพนักงานหญิง การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น

โดยในปี 2567 บริษัทจ่ายค่าตอบแทนให้แก่พนักงานทั้งสิ้นประมาณ 717.81 ล้านบาท และทั้งนี้มีสัดส่วนจำนวนพนักงานที่สมัครกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ร้อยละ 83 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด
ประเด็นที่ 3
การพัฒนาพนักงาน

บริษัทมีนโยบายในการพัฒนาบุคลากร เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีการพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงเป็นการส่งเสริมทัศนคติที่ดีให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงาน โดยมีทั้งการจัดอบรมภายใน และการส่งพนักงานไปเข้ารับการอบรมภายนอกตามหลักสูตรที่สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการอบรมให้ความรู้แก่พนักงาน จำนวนชั่วโมงอบรมเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมงต่อคนต่อปี โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินความจำเป็นในการอบรมพนักงาน และกำหนดเป็นแผนงานการอบรมประจำปี รวมทั้งประเมินและติดตามผลสัมฤทธิ์ของการอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่ได้จัดขึ้น

นอกจากนั้น บริษัทส่งเสริมให้กรรมการเข้าอบรมสัมมนาในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องและเหมาะสม เพื่อพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง และนำพาให้บริษัทเจริญก้าวหน้าได้ การพัฒนาบุคลากรมีวิธีการดำเนินการ 2 ลักษณะ คือ

  1. การพัฒนาที่บริษัทจัดให้ คือการที่บริษัทหรือหัวหน้างานเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดการพัฒนาในทุกด้าน ให้แก่พนักงานตามที่เห็นเหมาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมาย/ แผนพัฒนาของฝ่ายและบริษัท
  2. การพัฒนาตนเอง คือการที่ตัวพนักงานเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดการพัฒนาให้กับตนเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบริษัท และ/ หรือแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพของตัวพนักงานเอง

บริษัทและบริษัทย่อยจัดทำกลยุทธ์ในการส่งเสริมความรู้และทักษะของพนักงานที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร ทั้งระดับผู้บริหารซึ่งจะเน้นทักษะในเรื่องของการบริหารงานและด้านจิตวิทยา (Leadership and Soft skill) และระดับปฏิบัติงานซึ่งจะเน้นในเรื่องของทักษะและเทคนิคในการปฏิบัติงาน (Hard skill) เพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้และฝึกทักษะตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในแต่ละสายงาน รวมทั้งด้านกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน (Compliance) โดยมีทั้งการฝึกอบรมภายในบริษัท โดยเชิญวิทยากรที่มีความรู้ทั้งจากภายในบริษัทและบริษัทย่อยหรือจากภายนอกตามความเหมาะสมกับหัวข้อที่จัดให้มีการพัฒนา รวมทั้ง และการส่งพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมจากสถาบันภายนอก

โดยในปี 2567 บริษัทและบริษัทย่อยได้จัดให้มีการอบรมทั้งเป็นการจัดอบรมภายใน และเข้าร่วมอบรมจากสถาบันภายนอกแก่พนักงานและผู้บริหาร รวมทั้งสิ้น 89 ครั้ง โดยเป็นการจัดอบรมภายใน 63 ครั้ง ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการสนับสนุนการทำงานของบริษัท รวมทั้งเพิ่มทักษะ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท และอบรมภายนอก 26 ครั้ง
ทั้งนี้ บริษัทและบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาพนักงานจำนวน 0.35 ล้านบาท และมีจำนวนชั่วโมงอบรมเฉลี่ย เท่ากับ 11.48 ชั่วโมง/คน/ปี
ประเด็นที่ 4
การดูแลพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความปลอดภัยในการทำงาน

บริษัทมีนโยบายในการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี คำนึงถึงสุขภาพ ความปลอดภัย และสุขอนามัยในสถานที่ทำงาน โดยกำหนดให้ความปลอดภัยในการทำงานเป็นหน้าที่รับผิดชอบลำดับแรกในการปฏิบัติงานของทุกคน บริษัทสนับสนุนให้มีการปรับปรุงสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ตามนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัย และสุขอนามัยในสถานที่ทำงาน โดยบริษัทมีเป้าหมายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คือ อุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์ (Zero Accident)

โดยในปี 2567 บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีจำนวนพนักงานบาดเจ็บจากการทำงาน รวมทั้งไม่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุและไม่มีการเสียชีวิตที่เกิดจากการปฏิบัติงาน และสำหรับสถิติการหยุดงาน (Sick Leave) เท่ากับร้อยละ 1.98 ของจำนวนบุคลากรรวมของบริษัทและบริษัทย่อย
และบริษัทได้จัดโครงการสวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่บุคลากรของบริษัทและบริษัทย่อยทุกคน เพื่อให้พนักงานมีสุขภาพที่ดี ซึ่งโครงการดังกล่าวบริษัทจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและดำเนินการมาต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี
บริษัทให้ความสำคัญต่อการให้ความรู้และสร้างความตระหนักเรื่องสุขภาพแก่พนักงาน โดยมีการจัดทำ HR News : ใส่ใจสุขภาพ เพื่อให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและโภชนาการที่ดีแก่พนักงาน รวมทั้งจัดทำโครงการสนับสนุนการออกกำลังกาย เช่น จัดทำโครงการ Fat Burn Challenge เป็นต้น
นอกจากนั้น บริษัทมีการอบรมและการซ้อมอพยพหนีไฟเป็นประจำทุกปีร่วมกับฝ่ายอาคารสำนักงาน โดยในการซ้อมหนีไฟดังกล่าว ฝ่ายอาคารจะทำการเปิดสัญญาณแจ้งเหตุเตือนภัย เพื่อให้พนักงานที่อยู่ภายในพื้นที่ ใช้เส้นทางหนีไฟเพื่ออพยพออกมายังจุดรวมพล
ประเด็นที่ 5
การรวมกลุ่มเจรจาต่อรองสิทธิ
ประโยชน์ของพนักงาน

บริษัทและบริษัทย่อยมีการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ จำนวน 10 คน โดยการเลือกตั้งของพนักงานเพื่อเป็นตัวแทนในการหารือกับบริษัทเพื่อการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมและไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการให้คำปรึกษาหารือ เป็นตัวแทนในเสนอแนะความเห็นต่อบริษัท ตรวจตรา ควบคุม ดูแลกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร และการจัดสวัสดิการที่บริษัทจัดให้แก่พนักงาน เพื่่อให้้มั่นใจได้ว่่าการดำเนินกิจกรรมนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถแข่งขันได้ในอุุตสาหกรรม รวมถึงเป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดนโยบายการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและการกระทำผิด (Whistle Blowing Policy) และมีช่องทางการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน หรือแจ้งข้อเสนอแนะ รวมถึงการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม การละเมิดสิทธิมนุษยชน การไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การกระทำผิดกฎหมาย พฤติกรรมที่ถูกสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือเกี่ยวข้องกับการขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัท ทั้งนี้บริษัทมีมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน หรือผู้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดเป็นความลับ

โดยในปี 2567 บริษัทไม่มีข้อร้องเรียน

แผนงานเพิ่มความพึงพอใจ
หรือความผูกพันของพนักงาน

บริษัทให้ความสำคัญแก่การรักษาพนักงาน โดยบริษัทจัดทำโครงการเพื่อสร้างความพึงพอใจ และส่งเสริมความผูกพันของพนักงาน เช่น การหมุนเวียนเปลี่ยนงาน (Job Rotation) เพื่อเป็นการพัฒนาให้พนักงานสามารถเรียนรู้งานใหม่ๆ และมีทักษะความรู้มากขึ้น รวมถึงเป็นการวางแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพ ทั้งยังเปิดโอกาสให้พนักงานย้ายงานภายในตามความสมัครใจ เพื่อให้พนักงานได้ทำงานและมีโอกาสเติบโตในสายงานที่สนใจ เป็นการสร้างความพึงพอใจ และรักษาพนักงานที่มีความรู้ความสามารถให้ทำงานอยู่กับบริษัท

นอกจากนั้น บริษัทยังมีโครงการเพื่อเพิ่มความพึงพอใจ และรักษาความผูกพันของพนักงานโครงการอื่นๆ เช่น การมอบเหรียญรางวัล สำหรับพนักงานที่ทำงานครบ 15 ปี 20 ปี 25 ปี และ 35 ปี การจัดงานเลี้ยงประจำปี การจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงาน เป็นต้น

อัตราการลาออกของพนักงาน

ในปี 2567 บริษัทและบริษัทย่อยมีจำนวนพนักงานลาออกทั้งหมดรวม 95 คน คิดเป็นร้อยละ 10.39 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด และคิดเป็นอัตราการหมุนเวียนพนักงาน (Turnover rate) อยู่ที่ร้อยละ 10.57

ความพึงพอใจหรือความผูกพันของพนักงาน

บริษัทมีการสำรวจความพึงพอใจ/ความผูกพันในองค์กรของพนักงานในการทำงานกับบริษัทปีละ 1 ครั้ง โดยจัดทำแบบสอบถามและเชิญชวนพนักงานร่วมตอบแบบสำรวจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาปรับปรุงองค์กร รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติงานและส่งเสริมการพัฒนาพนักงาน อีกทั้งสื่อสารผลการประเมินให้พนักงานรับทราบผ่านทางอีเมลล์

โดยในปี 2567 มีจำนวนพนักงานร่วมตอบแบบสอบถามคิดเป็นร้อยละ 86 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด และผลสำรวจความพึงพอใจหรือความผูกพันของพนักงานอยู่ที่ร้อยละ 82 (ปี 2566 เท่ากับร้อยละ 80 ) แสดงให้เห็นว่าพนักงานมีความพึงพอใจในระดับดีมาก
การเก็บรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยบริษัทมีนโยบายในการรักษาความลับของลูกค้าตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทมีการแจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลและการปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า โดยการประกาศแจ้งในเว็บไซต์ของบริษัท

การพัฒนาบริการโดยคำนึงถึงความปลอดภัย
และสุขภาพอนามัยของลูกค้า

บริษัทให้ความสำคัญกับการให้บริการแก่ลูกค้า โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก บริษัทมีการจัดพื้นที่ที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้าในการเข้ารับบริการ มีการดูแลความสะอาดและสุขอนามัยอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่เกิดการระบาดของโรคโควิด 19 บริษัทมีการดูแลความปลอดภัยในการให้บริการ ทั้งในเรื่องการจัดระยะห่าง การดูแลความสะอาดและการฆ่าเชื้อ การจัดเตรียมแอลกอฮอล์สำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการ

โดยในปี 2567 พบว่า ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุหรือผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า

บริษัทให้ความสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยฝ่ายการตลาดได้จัดทำแผนบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า รวมทั้งการประเมินผลความพึงพอใจของลูกค้าต่อการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทจะจัดให้ลูกค้าประเมินความพึงพอใจต่อการบริการของเจ้าหน้าที่การตลาดภายหลังการทำสัญญา และนำผลการประเมินดังกล่าว มาปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้น โดยบริษัทมีเป้าหมายในการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าไม่ให้ต่ำกว่าร้อยละ 80 โดยในปี 2567 ผลสำรวจความพึ่งพอใจของลูกค้าอยู่ที่ร้อยละ 80 แสดงถึงลูกค้ามีความพึงพอใจต่อการให้บริการอยู่ที่ระดับดีมาก

นอกจากนั้น บริษัทมีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเรื่องการให้ข้อมูลของสินค้าและบริการอย่างถูกต้องครบถ้วน รวมทั้งการกำหนดช่องทางในการติดต่อหรือร้องเรียนเรื่องการให้บริการและการสื่อสาร ผ่านทาง Line Official ของบริษัท

การส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ

บริษัทมีนโยบายและแนวทางส่งเสริมนวัตกรรมของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการทำงาน สินค้าและ/หรือบริการ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการใช้นวัตกรรมในการปฏิบัติงาน โดยสนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และผลักดันการนำนวัตกรรมให้เข้าสู่ทุกกระบวนการทำงาน เพื่อปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพ สร้างความสามารถทางการแข่งขัน ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียเพื่อก้าวไปสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน

การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending)

บริษัทจัดทำนโยบายการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการควบคุมการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักของการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ

นอกจากนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินการตามหลักการความยั่งยืน บริษัทได้รวมปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้าเป็นปัจจัยในการพิจารณาสินเชื่อ

การปฏิบัติต่อเจ้าหนี้

บริษัทมีนโยบายการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้อย่างโปรงใสและเป็นธรรม และปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการชำระหนี้ ชำระดอกเบี้ย และเงินต้นตามกำหนดและตรงเวลา

การปฏิบัติต่อคู่แข่ง

บริษัทมีนโยบายการปฏิบัติต่อคู่แข่งอย่างรับผิดชอบ ภายใต้การแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่ง ไม่นำข้อมูลคู่แข่งมาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เป็นต้น และบริษัทกำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติต่อคู่แข่งตามนโยบายอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น

การส่งเสริมผู้พิการและกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่น

บริษัทให้ความสำคัญแก่การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการและกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่น โดยมีนโยบายในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 อย่างเคร่งครัด แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่สามารถรับคนพิการเข้าทำงานตามตำแหน่งที่เหมาะสมได้ บริษัทจึงนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแทนการจ้างงาน

โดยในปี 2567 บริษัทและบริษัทย่อยมีจำนวนผู้พิการเป็นศูนย์เนื่องจากไม่ได้จ้างงานและได้มีการนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการจำนวน 957,780 บาท ครบถ้วนและตรงเวลา
การสนับสนุนทุนการศึกษา

บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา และการพัฒนาเยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต แต่เนื่องจากการขาดแคลนทุนทรัพย์เป็นอุปสรรคที่สำคัญ ทำให้ไม่สามารถมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับการศึกษาได้อย่างเต็มที่ บริษัทจึงได้จัดทำโครงการมอบทุนการศึกษา สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา โดยให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมถึงการให้นักศึกษาที่ได้รับทุนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทหากนักศึกษามีความสนใจ

ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทมีโครงการมอบทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี จำนวน 19 ทุน มูลค่าทุนการศึกษา 20,000 – 35,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 545,000 บาท
การดำเนินกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคม

บริษัทได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนและช่วยเหลือสังคมให้ดียิ่งขึ้น โดยในปี 2567 บริษัทได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคม อาทิเช่น

  • บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการแพทย์ ให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์
  • ผู้บริหารพร้อมพนักงานร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยกับสภากาชาดไทย
  • ASK มอบทุนการศึกษาแก่ มอบทุนการศึกษาแก่นิสิตที่มีผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
    • - คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา จำนวน 3 ทุน มูลค่ารวม 90,000 บาท
    • - คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ จำนวน 4 ทุน มูลค่า 80,000 บาท
    • - คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 3 ทุน มูลค่า 90,000 บาท
    • - คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 3 ทุน มูลค่า 90,000 บาท
    • - คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 3 ทุน มูลค่า 105,000 บาท
    • - คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จำนวน 3 ทุน มูลค่า 90,000 บาท
  • บริจาคเงินเพื่อสมทบทุนเพื่อรักษาแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ และเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้
  • คณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาร่วมกันทำกิจกรรม “From Hand To Heart เย็บด้วยมือ ส่งต่อด้วยใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม” ปีที่ 2
  • คณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาร่วมกันทำกิจกรรม “ถักยางสร้างสุข” เพื่อทำอุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ยางยืด เพื่อมอบให้ผู้สูงอายุใช้ในการออกกำลังกาย
  • กลุ่มบริษัทได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันเก็บขยะรอบสวนสาธารณะบึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น และบริจาคสิ่งของที่จำเป็นให้แก่เด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาสที่มูลนิธิบ้านลูกรัก
  • กลุ่มบริษัทได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชนและร่วมทำความสะอาดวัดตรีรัตนาราม จังหวัดระยอง
  • กลุ่มบริษัทได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชน ณ โรงเรียนวัดหินขาว จังหวัดพิษณุโลก

เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียนของภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทได้จัดตั้งฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) โดยมีบทบาทหน้าที่ในการติดตาม การควบคุม รวมทั้งออกแบบ ศึกษา ทบทวน เผยแพร่ประกาศคำสั่ง หลักเกณฑ์ ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของธุรกิจ พร้อมทั้งทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และรวมถึงจัดตั้งหน่วยงานกํากับดูแลข้อมูล (Data Governance Office) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการการบริหารจัดการข้อมูลสู่การใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง ปลอดภัย โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ ระเบียบและกฎหมายต่างๆ ตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดนโยบายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานในมิติสังคม แสดงในหัวข้อ “มิติสังคม” ของรายงานความยั่งยืนประจำปี 2567 และในเว็บไซต์ของบริษัท (www.ask.co.th) ในส่วนของ “นักลงทุนสัมพันธ์”