ผมในนามของประธานคณะกรรมการและคณะกรรมการบริษัทมีความยินดีที่จะนำเสนอรายงานประจำปีของบริษัทและบริษัทย่อย รวมถึงงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบแล้วสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 รายละเอียดปรากฎตามรายงานประจำปีฉบับนี้
ปี 2568 เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยังคงเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวน ความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนผ่านทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจัยภายในประเทศ มีสาเหตุจากการชะลอตัวของการบริโภคภาคเอกชนและการอุปโภคภาครัฐ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัว ปัญหาชายแดนซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรฐกิจและการค้าชายแดน ส่วนระดับหนี้ครัวเรือนของประเทศยังอยู่ในระดับสูง และเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญข้อจำกัดจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบต่อเนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตราการกีดกันทางการค้า รวมถึงกำแพงภาษีของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังคงสามารถเติบโตในส่วนของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน และการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวในเกณฑ์สูงต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงานในปี 2568
จากการดำเนินธุรกิจตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ส่งผลให้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ปี 2568 บริษัทมีกำไร 532 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 60.2 จาก 332 ล้านบาทในปี 2567 โดยมีรายได้รวม 5,455 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 14.9 จากปี 2567 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม 2,877 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 23.8 จากปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายด้านการสำรองหนี้สูญ และการลดลงของการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย
บริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2568 ที่ 61,273 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15.7 จากปี 2567 หนี้สินรวม 49,419 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 20.8 จากปี 2567 ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 11,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 จากปี 2567 เป็นผลจากกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 3,519 ล้านบาทเพิ่มขี้น ร้อยละ 33.3 จากการเพิ่มทุน 1,232 ล้านบาท และมีกำไรสะสม 5,248 ล้านบาท
ในปี 2568 แม้ว่าบริษัทจะมีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อและการติดตามหนี้ซึ่งส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ในเชิงปฏิบัติงานปรับตัวดีขึ้น แต่เนื่องจากขนาดของพอร์ตสินเชื่อลดลงตามนโยบายการบริหารความเสี่ยง ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ณ สิ้นปี 2568 ขยับสูงขึ้นเป็นร้อยละ 8.10 จากร้อยละ 6.97 ในปี 2567 อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการและฝ่ายจัดการยังคงให้ความสำคัญกับการสำรองเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ โดยมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพร้อยละ 53.58 สะท้อนถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่รัดกุมและรากฐานทางการเงินที่ยังคงมีความมั่นคง
จากผลการดำเนินงานและการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่งผลให้ให้บริษัทฟิทช์เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงอันดับเครดิตภายในประเทศของบริษัทเอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง ที่ 'A(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ
การกำกับดูแลกิจการและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร
การดำเนินงานบนพื้นฐานความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยยึดมั่นในนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันและจริยธรรมธุรกิจอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างรากฐานที่เข้มแข็งสำหรับการเติบโตในระยะยาว
ในปี 2568 บริษัทได้รับคะแนนคุณภาพการจัดประชุมสำมัญผู้ถือหุ้น 100 คะแนนเต็ม จากโครงการประเมฺินคุณภาพการจัดการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับผลสำรวจคะแนนการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2568 ในระดับ 5 ดาว หรือ “ดีเลิศ” โดยได้ 91 คะแนน ในรายงานการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2568 ซึ่งจัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
ที่สำคัญที่สุดคือในปี 2568 บริษัทได้ผ่านการคัดเลือกและได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings อีกครั้งหนึ่งและได้รับการประเมินเพิ่มขึ้นจากระดับ A เป็นระดับ AA
แนวโน้มและกลยุทธ์ทางธุรกิจในปี 2569
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติกลยุทธ์ทางธุรกิจ วัตถุประสงค์ และนโยบายของบริษัท โดยมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจตามหลักความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งรวมถึงการสร้างความมั่นใจว่ามีการบริหารความเสี่ยงและมาตรการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
บริษัทคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปี 2569 จะขยายตัวประมาณร้อยละ 2.0 โดยการเติบโตอาจจะได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) หลังจากที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในปีที่ผ่านมา ทั้งยังอาจได้รับผลประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตของของอุตสาหกรรมต่างชาติจากมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ นอกจากนี้แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเทียบกับปีที่ผ่านมา
ทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทยังคงมุ่งมั่นและเน้นย้ำความเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกใหม่ พร้อมขยายฐานการให้บริการสินเชื่อภายใต้หลักการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างรัดกุม
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาระบบงานและเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ตลอดจนการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการที่ยืดหยุ่น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเท่าทัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน
ในนามของคณะกรรมการ ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของเรา ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุน รวมถึงความร่วมมือที่ดี และผมขอขอบคุณต่อความเชื่อมั่นที่ท่านมอบให้เราเสมอมา
ผมหวังว่าด้วยความพยายามร่วมกันของผู้มีส่วนได้เสียของเราและความทุ่มเทของทีมงานของเรา เราจะบรรลุเป้าหมายและสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนสำหรับทุกภาคส่วน
นายธงชัย ชาสวัสดิ์
ประธานกรรมการ